BG MissionAll News

"ไมค์" สหรัฐ ความสำเร็จ ที่มาพร้อมน้ำตาลูกผู้ชาย

12 ก.ย 2562 อ่าน : 4,124

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบหรือว่าพบเจอทั้งดีและไม่ดีที่มักจะเข้ามาในชีวิตพร้อมๆกัน และเมื่อไม่นานนี้แฟนบอลต่างประเทศคงเคยได้ยินเรื่องราวของ แดเนียล เจมส์ ปีกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต้องสูญเสียคุณพ่อ เคแวน เจมส์ เพียง 3 สัปดาห์ ก่อนที่แข้งชาวเวลส์จะเซ็นสัญญามาร่วมทัพ "ปีศาจแดง" ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ เรื่องราวของ แดเนียล เจมส์ ไม่ต่างอะไรกับชีวิตของ "ไมค์" สหรัฐ โพธิ์ศรี กองกลางจอมขยันของทัพ "เดอะ แรบบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เพราะในวันที่เจ้าตัวกำลังเจริญก้าวหน้าในเส้นทางลูกหนัง แต่บุคคลที่คอยปุกปั้นและสนับสนุนเขามาตลอดทั้งชีวิตกลับไม่ได้อยู่เห็นสิ่งนั้น


 
ชีวิตของ "ไมค์" เด็กหนุ่มจากกำแพงเพชร ไม่ต่างจากเด็กทั่วไป ที่หลงใหลในเกมบนพื้นหญ้า และเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่วัยเยาว์ โดยมีคุณพ่อสุนทร โพธิ์ศรี และคุณแม่น้ำอ้อย บัวเผื่อน คอยให้การสนับสนุน โดยเริ่มจาก โรงเรียนกีฬา จ.กำแพงเพชร บ้านเกิด จนเข้า ม.5 "ไมค์" ไปคัดและได้เป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนกีฬาจ.ขอนแก่น ซึ่งที่นั่นเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ "ไมค์" หลังได้ลงเล่นในรายการโค้ก คัพ เมื่อปี 2554 และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนถูก ขอนแก่น เอฟซี สโมสรประจำจังหวัด เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพของสโมสร
 
"ตอนแรกเลยที่ได้ไปเรียนที่ขอนแก่น โครตดีใจเลยครับ เพราะที่นั่น ถือว่าเป็นสถาบันชั้นนำด้านฟุตบอลทีมหนึ่งของจังหวัด และภาคอีสาน แต่อยู่ไปได้สักพัก ก็รู้สึกเหงา และคิดถึงบ้านมากครับ เพราะตลอดชีวิตของผม จะมีพ่อกับแม่อยู่ข้างๆ เสมอ แต่ที่นั่น ผมต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง แม้จะสนุกเวลาอยู่กับเพื่อน แต่ทุกครั้งที่ผมอยู่คนเดียว ก็จะคิดถึงท่านทั้งสองมากครับ"


 
ตลอดชีวิตนักฟุตบอลที่ผ่านมาของ สหรัฐ โพธิ์ศรี ไม่ว่าจะไปแข่งขันที่ไหน ก็จะมีคุณพ่อ และแม่ตามไปเชียร์ และให้กำลังใจลูกรักอยู่เสมอ นั่นทำให้เจ้าตัว มีกำลังใจ และหวังว่าจะทำผลงานให้ดีเพื่อพาตัวเองประสบความสำเร็จ ในเส้นทางสายนี้ให้ได้  
 
"ท่านทั้งสองจะหาเวลาไปเชียร์ผมอยู่เสมอครับ ไม่ว่าจะไปแข่งที่ไหน ใกล้ หรือ ไกล เหนือ ใต้ ออก ตก ท่านไปหมด ถ้ามีเวลาขับรถกันไปสองคน นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่า ผมจะต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด ผมจะท้อไม่ได้ และหวังว่าสักวันหนึ่ง ผมจะประสบความสำเร็จ ในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และตอบแทนพ่อกับแม่ให้ได้ครับ"


 
หลังจากที่ต่อสู้จนก้าวขึ้นมาเป็นกำลังของ ขอนแก่น เอฟซี เลกที่ 2 ของฤดูกาล 2019 เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในชีวิตของ สหรัฐ โพธิ์ศรี เมื่อเจ้าตัวได้ย้ายมาร่วมทีมชั้นนำของประเทศอย่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และนับเป็นก้าวแห่งความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งในอาชีพนักฟุตบอล แต่ในช่วงเวลาเดียวกับ "ไมค์" กลับมีเรื่องที่ต้องเสียใจที่สุดในชีวิต เมื่อคุณแม่ น้ำอ้อย บัวเผื่อน ต้องมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ก่อนที่เจ้าตัวจะได้ย้ายทีมไม่ถึงสัปดาห์
 
"ตอนนั้นเสียใจมากครับ ผมรู้สึกว่ายังไม่ได้ตอบแทนท่านสมกับที่ท่านเลี้ยงดูผมมา ที่ผ่านมาผมหวังอยู่เสมอว่า ถ้าวันหนึ่งผมสามารถสร้างตัวเองจากอาชีพนักฟุตบอลได้ ก็อยากจะตอบแทน และดูแลท่านให้ดีที่สุด จนมาถึงวันนี้ วันที่ผมพอที่จะดูแลท่านได้ แม่ กลับไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จของผมอีกแล้ว"
 
"ที่ผ่านมาผมค่อนข้างจริงจัง กับเส้นทางนักฟุตบอล ตั้งใจฝึกซ้อม แม้ว่าช่วงเวลาหนึ่ง จะเคยท้อจนคิดที่จะเลิกเล่น แต่ก็ไม่เคยบอกใคร โดยเฉพาะพ่อกับแม่ เพราะท่านทั้งสองหวังในตัวผมมาก และทุกครั้งที่ได้เห็นท่าน ผมก็รู้สึกว่า ได้กำลังใจ และต้องสู้ต่อในเส้นทางนี้ให้ได้"


 
แม้จะไม่มีคุณแม่เฝ้าดูความสำเร็จของเขาอีกต่อไปแต่ "ไมค์" ยังหวังว่า "แม่" จะเฝ้าดูเขาอยู่บนฟ้า โดยมีชายเสื้อของคุณแม่เป็นสิ่งที่เขาพกติดตัวไปตลอด และหวังว่าสิ่งนี้ จะส่งต่อความสำเร็จของเขาไปถึงคุณแม่
 
"มันก็เหมือนเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจครับ แม่ผมชอบใส่ชุดนี้มาก เป็นชุดเก่งเลยก็ว่าได้ ผมเองก็มองท่านสวยทุกครั้งที่ใส่ชุดนี้ จึงนำมาพกติดตัวไว้ เพื่อเป็นกำลังใจของผม และหวังให้ท่านจะรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับผม และเฝ้ามองผมอยู่บนฟ้า ลูกคนนี้ก็จะทำให้ดีที่สุดครับ"


 
กับความท้าทายครั้งใหม่ที่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด แม้ว่าจะเป็นทีมในศึกไทยลีก 2 แต่ สหรัฐ โพธิ์ศรี ก็รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของสโมสรแห่งนี้ และหวังว่าจะพัฒนาตัวเอง เพื่อทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อตอบแทนสโมสรแห่งนี้
 
"ตอนแรกที่รู้ว่าจะได้ย้ายมา บีจีพียู ก็รู้สึกตื่นเต้นครับ แม้จะเป็นทีมไทยลีก 2 แต่ก็เป็นทีมใหญ่ทีมหนึ่งของเมืองไทยมี ผู้เล่น ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช รวมถึงระบบการจัดการที่ยอดเยี่ยม ยิ่งทำให้ผมรู้สึกกระหายที่จะลงเล่น แม้ว่าในปีหน้า ทีมจะได้กลับขึ้นไปเล่นบนลีกสูงสุดอีกครั้ง และอาจต้องเสริมทัพด้วยนักเตะชื่อดัง จนอาจทำให้โอกาสในการลงสนามของผมกับทีมน้อยลง แต่การได้อยู่ร่วมกับนักเตะเหล่านี้ มันก็ถือเป็นความท้าทายของผม ได้เรียนรู้ และทำให้เราต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และเมื่อเราฝ่าฟันทุกอย่างไปได้ จนก้าวขึ้นเป็นกำลังหลักของทีม มันคงจะเป็นอะไรที่วิเศษมากครับ"


 
แม้ในวันนี้ จะยังตอบไม่ได้ว่า ชีวิตและเส้นทางสายลูกหนังของ สหรัฐ โพธิ์ศรี ประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง แต่สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือมุมมอง และความคิดของแข้งหนุ่มวัย 22 ปี ที่มองทุกอย่างในแง่ดี มีความรักฟุตบอลอยู่เต็มหัวใจ และมุ่งมั่นที่จะเดินในเส้นทางสายนี้ เพื่อตอบแทนและดูแลคุณพ่อสุนทร โพธิ์ศรี นี่จึงนับเป็นก้าวแรกแห่งความสำเร็จของเจ้าตัวแล้ว ที่สำคัญ คุณแม่น้ำอ้อย บัวเผื่อน คงจะเฝ้ามอง และได้เห็นความสำเร็จของลูกชายคนนี้ ในที่ใดสักที่หนึ่ง