BG NewsAll News

BGPU Q & A : 3 เดือน เจลีก "นิว" ฐิติพันธ์ ซ้อมโหด! วิ่งหนัก! ชนะใจ เพื่อน-โค้ช

26 เม.ย 2562 อ่าน : 13,095

ชีวิตนักฟุตบอลอาชีพ มีความฝันอยู่ไม่กี่อย่าง ได้เล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรใหญ่ ได้ติดธงไตรรงค์ที่หน้าอก และฝันที่ขยับขึ้นอีกขั้นในระดับสูงสุดคือ ได้ไปเล่นอาชีพในต่างแดน


 
วันนี้ "นิว"ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลางหนุ่มทายาทอดีตกองหลังทีมชาติไทย ได้บรรลุถึงฝันครบตามที่นักฟุตบอลคนหนึ่งต้องการ


 
มีโอกาสได้เล่นทีมใหญ่หลายต่อหลายทีม และมาจบที่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งศักดิ์ศรีอยู่ระดับแถวหน้าของสโมสรเมืองไทย ได้ติดทีมชาติเป็นตัวหลัก จนล่าสุด บีจี ปทุมฯ ปล่อยให้เจ้าตัวได้ตามล่าความฝันสูงสุด ให้ทีมน้องใหม่ เจลีก 1 อย่าง โออิตะ ทรินิตะ ยืมตัวไปเล่น



กว่า 3 เดือนที่ได้ไปตามล่าฝัน นี่คือบทสัมภาษณ์ข้ามประเทศ ที่เปิดใจกับ เว็บไซต์  BGPU เกี่ยวกับชีวิตนอกบ้านเกิดครั้งแรกของเขา


 
ถาม : ไปอยู่ญี่ปุ่นตั้งปลายม.ค.ช่วงไปแรก ๆ นิว มีปัญหาอะไรบ้างไหม
ฐิติพันธ์ : ช่วงแรก ๆ ยอมรับปรับตัวค่อนข้างลำบาก เอาชีวิตนอกสนามก่อนนะครับ ตอนนั้นเราไปคนเดียว เวลาจะออกไปไหน ไปกินอะไร ต้องหากินเอง ไปร้านอาหารที่นั่น บางที่ไม่มีภาษาอังกฤษ เป็นญี่ปุ่นล้วนๆ ก็ต้องคอยจิ้มๆ รูปภาพเอา ไม่มีเพื่อนคุย ก็ค่อนข้างเหงากับการใช้ชีวิตในช่วงแรก ๆ



ถาม : เรื่องฟุตบอลล่ะ ในช่วงแรกเป็นอย่างไร
ฐิติพันธ์ : เหมือนกับชีวิตนอกสนามเลย ปรับตัวยาก ซ้อมหนัก เข้มข้น ในช่วงปรีซีซั่น จนยอมรับว่าบางทีหมดแรงจนซ้อมแทบไม่ไหว มันหนักแบบไม่เคยเจอมาก่อน แท็คติกของทีมก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับผม มันต้องเรียนรู้การเล่นกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ สไตล์ใหม่ ๆ ยิ่งตำแหน่งผมเป็นศูนย์กลางของทีมที่ต้องประสานกับทุกตำแหน่งก็ยิ่งต้องเรียนรู้หนัก



ถาม : แต่ "นิว" ก็ได้ลงเล่นตั้งแต่เกมแรกเลย แสดงว่าปรับตัวได้เร็ว
ฐิติพันธ์ : เป็นเรื่องที่ผมค่อนข้างเซอร์ไพรส์เหมือนกัน ตอนซ้อมช่วงปรีซีซั่น ผมถูกจับให้ซ้อมกับทีมชุดสองของสโมสรตลอด ไม่ได้คิดว่าจะได้ประเดิมสนามตั้งแต่นัดแรก พอได้ลงจริง ๆ ความตื่นเต้นมันมาพร้อมกับความดีใจ ที่ตื่นเต้นเพราะเป็นบรรยากาศแปลกใหม่ที่ไม่เคยเจอ แถมไปเยือนทีมใหญ่อย่าง คาชิม่า แอนท์เลอร์ ที่กองเชียร์ส่งเสียงกันดังสนั่น ยิ่งไปกันใหญ่



ถาม : ยิ่งไปกันใหญ่คือ อะไร
ฐิติพันธ์ : มันตื่นเต้นจนในช่วงต้นเกม ผมเล่นไม่ได้เลย เสียบอลบ่อยมากเวลาเจอเกมเพรสซิ่งเร็ว จนเริ่มสกัดบอลได้ ก็เริ่มมั่นใจขึ้น และก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ



ถาม : ฟอร์มการเล่นของเรากับสโมสร มีฟีดแบ็คจากเพื่อนร่วมทีมหรือโค้ชบ้างไหมว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร
ฐิติพันธ์ : ช่วง 2-3 นัดแรก ผมจะไม่ค่อยได้บอล เพราะเพื่อนอาจจะไม่ไว้วางใจเท่าไหร่ แต่หลังจากผ่านไปแล้ว ผมก็เริ่มประสานกับเพื่อนและได้บอลบ่อยขึ้น มันหมายถึงความไว้วางใจที่เพื่อนมีให้กับเรา ส่วนโค้ชแรก ๆ ก็จะคอยสอนผมเรื่องทิศทางการวิ่งว่า วิ่งอย่างไรไปอยู่ตรงไหนถึงจะได้เปรียบ แต่หลัง ๆ ผมเริ่มปรับตัวได้ โค้ชก็จะแค่พูดถึงภาพรวมๆ ของทีมแทน



ถาม : นิวได้ลงเล่นตลอด 6 เกมแรก ก่อนจะเจ็บ อะไรคือเหตุผลที่โค้ชเลือกเรา
ฐิติพันธ์ : อาจเป็นเรื่องของสไตล์การเล่นส่วนตัว ที่ผมจะเป็นกองกลางตัวตัดเกมหน้าเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ซึ่งผมตัดเกมหนัก และผมสามารถที่จะเติมเกมขึ้นไปเชื่อมเกมรุกได้



ถาม : 6 เกมแรกในเจลีกที่ได้ลงเล่น นิวมักไม่ได้ลงเต็มเกม เพราะเหตุผลอะไร
ฐิติพันธ์ : โค้ชเขาให้เหตุผลว่า พอพ้นช่วง 60-70 นาทีไปแล้ว ผมเริ่มจะแผ่ว แรงวิ่งเริ่มไม่เหมือนเดิม ซึ่งผมก็ยอมรับเพราะวิ่งเยอะจริง ๆ อยู่ในไทยลีก วิ่งทั้งเกม 90 นาที ก็ประมาณ 8-9ก.ม. ซึ่งผมถือว่าผมวิ่งเยอะนะ แต่พอมาเล่นที่นี่ แค่ 60-70 นาที ผมวิ่งไป 9-10 ก.ม. มีเกมหนึ่งผมลงเล่นเต็มเกม สถิติออกมาผมวิ่งไป 12 ก.ม. ฟุตบอลที่นี่มันเล่นกันต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่มีถ่วงเวลา แทบไม่มีเจ็บ และเพรสซิ่งกันตลอด



ถาม : กำลังจะถามเลยว่า เจลีก แตกต่างจากไทยลีก เยอะไหม แล้วนิว ได้อะไรจากการเล่นในเจลีก
ฐิติพันธ์ : ค่อนข้างเยอะ อย่างเจลีกต้องวิ่งตลอด ต้องเพรสซิ่งทุกจังหวะ ขนาดผมซ้อมหนักมาก ๆ ตอนปรีซีซั่นจนฟิตเปรี๊ยะ ก็ยังมีแผ่ว ที่นี่เขาไม่เปิดโอกาสให้คุณคิดเยอะ จะเล่นอะไรก็ต้องคิดเร็วทำเร็ว ซึ่งทำให้เราตัดสินใจเร็วขึ้น รู้เรื่องแท็คติกเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญฟิตมากขึ้น มันทำให้ผมพัฒนาขึ้นเยอะ



ถาม : ชีวิตนอกสนาม วัน ๆ หนึ่งทำอะไรบ้าง
ฐิติพันธ์ : ที่นี่ เป็นเมืองเล็ก ๆ ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรเท่าไหร่ วัน ๆ ผมตื่นไปซ้อม กลับมาพักผ่อนที่บ้าน ตื่นมากินข้าว แล้วก็ออกไปเดินเล่นบ้าง แล้วก็กลับมานอน แทบไม่ได้ไปไหนเลย ช่วงวันหยุดจะไปเมืองอื่นที่มีที่ท่องเที่ยวก็ไกลเกินไป เลยซ้อม กิน นอน แค่นี้ แต่ก็ดีที่ทำให้สภาพร่างกายฟิตเปรี๊ยะ



ถาม : สุดท้าย นิว ตั้งเป้าหมายไว้อย่างไรกับเจลีก และฝากอะไรถึงแฟนบีจี และแฟนบอลไทย
ฐิติพันธ์ : เป้าหมายผมคือ ต้องการเรียนรู้ทุกอย่างในการเล่นฟุตบอลภายใน 1 ปีให้มากที่สุด เก็บเกี่ยวไว้เป็นประสบการณ์ เพราะไม่รู้ว่าปีหน้าจะได้เล่นต่อหรือไม่ และผมขอบคุณแฟนบอลกับทุกกำลังใจที่มอบให้ ผมอ่านตลอด ผมขอบคุณ คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรบีจี ปทุมฯ ที่แม้ทีมต้องการเลื่อนชั้น แต่ก็ปล่อยให้ผมมาตามความฝันของตัวเอง ซึ่งแน่นอนผมพร้อมจะพัฒนาฝีเท้าให้เต็มที่เพื่อกลับไปช่วย บีจี ปทุมฯ สร้างผลงาน รวมถึงทีมชาติไทยด้วย ผมเชื่อว่าเมื่อผมกลับไป ผมจะดีขึ้นอย่างแน่นอน