BG NewsAll News

BGPU Q & A : อิรฟาน ฟานดี้...กับการผจญภัยต่างแดนครั้งแรกใน บีจี ปทุมฯ

14 เม.ย 2562 อ่าน : 2,200

จากเด็กหนุ่มที่มีคุณพ่อเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของวงการฟุตบอลสิงคโปร์ ต้องแบกรับความกดดันในฐานะทายาท ไม่ง่ายนักที่ อิรฟาน ฟานดี้ อาหมัด ต้องฟันผ่าคำว่า ได้ดีเพราะใบบุญของคนเป็นพ่อ



วันนี้ อิรฟาน ฟานดี้ เด็กหนุ่มเจ้าของส่วนสูง 189 ซม. ลูกชายคนโตของ ฟานดี้ อาหมัด ได้แจ้งเกิดกับสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และเข้ามายึดตำแหน่งกองหลังตัวจริงและกลายเป็นที่ชื่นชอบของแฟน "กระต่ายแก้ว" ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท กล้าบู๊ กล้าชนแบบไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม ความเจ็บเป็นอย่างไรไม่รู้ รู้แต่ต้องทุ่มเพื่อชัยชนะของ บีจีพียู



เด็กหนุ่มจากแดนลอดช่อง ได้พิสูจน์ให้แฟนบอลได้รับรู้แล้วถึงฝีเท้าและความมุ่งมั่น แต่มีใครสักกี่คนที่จะรู้ว่า ความเป็นมาและความรู้สึกของเขาเป็นอย่างไรกับการออกมาผจญภัยครั้งแรกในต่างแดน นี่จึงเป็นที่มาของบทสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวชิ้นนี้



ถาม : นี่คือการออกมาเล่นในต่างแดนของคุณใช่ไหม คุณรู้สึกอย่างไรบ้างกับประสบการณ์ในการค้าแข้งต่างแดนครั้งแรก
อิรฟาน : แน่นอนผมตื่นเต้นมาก ถึงผมจะเคยไปเล่นในต่างแดนแต่ไปเล่นในนามทีมชาติ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการเล่นให้กับสโมสรในต่างแดน มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ ผมได้สัมผัสกับความรู้สึกดี ๆ ทุกอย่างมันเพอร์เฟ็กต์ในแง่ของการช่วยซัพพอร์ตของสโมสร ทั้งความเป็นอยู่ และการอำนวความสะดวกทั้งในและนอกสนาม มันยอดเยี่ยมมาก



ถาม : คุณมีปัญหาในการปรับตัวมากน้อยแค่ไหน
อิรฟาน : แน่นอน ช่วงแรก ๆ ผมมีปัญหาเรื่องการปรับตัวในช่วงเดือนแรก มันแตกต่างจากตอนผมเล่นที่สิงคโปร์ ที่นี่นักเตะมีเทคนิคดี คู่แข่งก็มีการเข้าทำประตูในสไตล์ที่แตกต่างจากที่สิงคโปร์ ตอนอยู่ที่สิงคโปร์นักเตะเทคนิคดีไม่เท่ากับเมืองไทย การครอบครองบอลไม่ดีมักจะเสียง่ายและโดนสวนกลับ ทำให้บอลลีกสิงคโปร์นิยมการเล่นแบบบอลยาวมากกว่า มาที่นี่ผมจึงต้องปรับสไตล์เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งถึงตอนนี้ก็ดีขึ้นตามลำดับ



ถาม : ไทยลีก ในความรู้สึกของคุณ
อิรฟาน : มันน่าตื่นเต้นมากๆ เทียบกับ เอสลีก ของสิงคโปร์แล้วคนละเรื่องเลย ที่นี่แฟนบอลเยอะกว่าเอสลีกเยอะ การแข่งขันก็เข้มข้น ทุกทีมมีความแข็งแกร่งพร้อมจะโค่นกันตลอดเวลา การแข่งขันสูง สำหรับผมแล้วลีกที่นี่ถือว่าดีที่สุดในอาเซี่ยนแล้ว


 
ถาม : คุณเริ่มประเดิมเกมลีกในฐานะกองหลังแต่ทำได้ 2 ประตูแรกในเกมกับ ไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร รู้สึกอย่างไร
อิรฟาน : ดีใจสิครับที่ทำได้ถึง 2 ลูก ยิ่งเป็นการทำประตูต่อหน้าแฟนบอลในบ้านด้วยมันยิ่งวิเศษเข้าไปใหญ่ ปีที่แล้วผมยิงประตูในฐานะกองหลังทั้งทีมชาติและสโมสรได้รวม 4 ลูกทั้งฤดูกาล แต่ตอนนี้ผมยิงรวมทุกถ้วยไปแล้ว 3 ลูก ผมจึงเชื่อมั่นว่าจะทำประตูได้อีก เพราะบีจี ปทุมฯ มีนักเตะที่เล่นลูกนิ่งได้ดี เปิดได้แม่นยำ บอลมาถึงผมก็พร้อมจะทำประตูเพิ่มได้อีก



ถาม : การที่คุณยิงได้ มาจากการที่คุณพ่อเป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งในอาเซี่ยนมาก่อนหน้านี้ได้สอนคุณหรือเปล่า และทำไมคุณถึงไม่เลือกเล่นกองหน้าเหมือนคุณพ่อ
อิรฟาน : จริงๆ เมื่อก่อนผมก็เล่นกองหน้านะ แต่ตอนผมเล่นอาชีพในสิงคโปร์ในทีมไม่มีผู้เล่นตัวใหญ่ที่เล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โค้ชเลยจับผมไปยืน บังเอิญผมดันเล่นได้ดี จากนั้นผมก็เลยไปเล่นในตำแหน่งกองหลังมาตลอด ส่วนคุณพ่อฟานดี้ เมื่อก่อนจะคอยสอนผม แต่ตอนผมมาเล่นบีจี ท่านก็แค่ดูเกมข้างสนามและให้คำแนะนำบ้าง แต่ก็ไม่มากไปกว่าคำแนะนำของโค้ชหรอก



ถาม : การที่คุณพ่อ ฟานดี้ อาหมัด เป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของสิงคโปร์ สร้างความกดดันให้กับคุณและน้องบ้างไหม
อิรฟาน : แรกๆ ก็มีแน่ครับ เพราะมักจะมืสื่อมวลชนสิงคโปร์คอยตั้งคำถามทั้งผมและน้องเกี่ยวกับคุณพ่อเสมอ แน่นอนมันทำให้ผมรู้สึกอึดอัดและเลือกที่จะไม่ให้สัมภาษณ์มาตลอด กระทั่งเกมที่อุ่นเครื่องกับ อาร์เซนอล และ แฟร้งค์เฟิร์ต ผมทำประตูได้ และน้องชายทำได้ในเกมที่อุ่นกับ ลิเวอร์พูล ทุกคนก็หยุดวิจารณ์ นั่นทำให้พวกเราสบายใจที่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เรามีวันนี้ได้ไม่ใช่มาจากร่มเงาของคุณพ่อ


 
ถาม : กลับมาที่สโมสร บีจี ปทุมฯ คุณมีความรู้สึกอย่างไรกับสโมสรแห่งนี้
อิรฟาน : สำหรับผมแล้ว แม้ บีจี ปทุมฯ จะไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุด แต่ความรู้สึกผมนี่คือทีมที่ดีที่สุดในประเทศไทย มีโค้ชที่ดี มีการซัพพอร์ตที่ดีทุกด้านทั้งทีมงานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่สุดยอดมาก ซึ่งเมื่อสโมสรมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับผู้เล่นขนาดนี้ ทุกคนก็สบายใจและพร้อมจะโชว์ฟอร์มอย่างเต็มที่ในสนามเพื่อตอบแทน



ถาม : แล้วแฟนบอล บีจี ปทุมฯ ล่ะ เป็นอย่างไร
อิรฟาน : แฟนคลับ บีจี ปทุมฯ อีส เดอะ เบสต์ (ดีที่สุด) ทุกคนพร้อมจะสนับสนุนเราเสมอ บางกลุ่มตะโกนเชียร์ตลอดทั้งเกมไม่หยุด เวลาผมเล่นอยู่ในสนาม มองเห็นแฟนบอลมาเยอะ ส่งเสียงเชียร์เวลาเราบุก มันทำให้เราเล่นอย่างสนุกและฮึกเหิม ไม่ว่าเราจะชนะหรือแพ้ ไม่ว่าเล่นในบ้านหรือไปเยือน ทุกคนให้กำลังใจเราตลอด นี่คือสิ่งที่ผมซาบซึ้งมาก สิ่งเหล่านี้คุณจะไม่มีวันเจอที่สิงคโปร์


 
ถาม : นอกเรื่องฟุตบอลนิดหนึ่ง เมืองไทยในความรู้สึกของคุณเป็นอย่างไร
อิรฟาน : สบายมาก สบายทุกอย่าง ชีวิตผมเปลี่ยนไปเยอะตั้งแต่มาเล่นที่นี่ ซ้อมบอลเสร็จ กลับมาพักผ่อน เมื่อก่อนตอนอยู่สิงคโปร์ ซ้อมบอลเสร็จ ก็ต้องออกสังคมไปผ่อนคลายกับเพื่อน อยู่นี่ผมมีสมาธิแน่วแน่มาก คนไทยก็น่ารักยิ้มแย้มแจ่มใส คนไทยใจดี อาหารไทยก็อร่อย โดยเฉพาะ ต้มยำกุ้ง ของโปรดผมเลยตั้งแต่ตอนอยู่สิงคโปร์แล้ว


 
ถาม : เข้าเรื่องฟุตบอลอีกครั้ง เป้าหมายของคุณกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในซีซั่นนี้
อิรฟาน : ในสโมสรเรามีผู้เล่นเก่งๆ เยอะ ผมหวังสูงมาก แน่นอนเป้าแรกคือเลื่อนชั้น แต่ผมเชื่อว่าเรามีศักยภาพพอที่จะเป็นแชมป์ได้ ในเป้าหมายส่วนตัว ผมเป็นกองหลังก็อยากจะรักษาคลีนชีตให้มากที่สุดในแต่ละเกม และผมก็แอบหวังว่าจะยิงให้มากกว่า 5 ลูกในซีซั่นนี้ แต่สำคัญที่สุดคือ ต้องการพาทีมบีจี ปทุมฯ เป็นแชมป์ให้ได้


 
และนี่คือบางเสี้ยวของความรู้สึกของกองหลังพันธุ์แกร่งวัยเพียง 22 ปี ที่มาพร้อมกับความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม แม้จะเป็นครั้งแรกในชีวิตต่างแดนของเขา แต่ อิรฟาน ฟานดี้ ก็พร้อมแล้วกับการพา บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นในฐานะแชมป์ฟุตบอล เอ็ม 150 แชมเปี้ยนชิพ โปรดติดตาม