BG Goal Preview All News

เส้นทางชีวิตนักฟุตบอลอาชีพของ "เก้ง" สันติภาพ จันทร์หง่อม

1 พ.ค 2563

ตอนที่ 1 : บทพิสูจน์

"ตอนเด็กๆเมื่อคุณครูถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เพื่อนของผมส่วนใหญ่จะตอบว่า อยากเป็นตำรวจ อยากเป็นทหาร อยากเป็นครู อยากเป็นหมอ พยาบาล ฯลฯ หลากหลายอาชีพในฝันตามประสาเด็ก แต่เมื่อผมตอบว่า อยากเป็นนักฟุตบอล สิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆว่า อาชีพนี้มันคืออะไร มีด้วยเหรออาชีพนักฟุตบอล ตอนนั้นผมไม่ได้รู้สึกโกรธเพื่อนๆนะ แต่กลับคิดว่าสักวันผมจะทำให้ทุกคนเห็นว่าผมสามารถทำอาชีพนี้ได้จริงๆ" 

นั่นเป็นประโยคเริ่มต้นเมื่อเราถาม "เก้ง" สันติภาพ จันทร์หง่อม นักเตะของทัพ "เดอะ แรบบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ถึงจุดเริ่มต้นในการเป็นนักฟุตบอล ก่อนแข้งวัย 23 ปีจะเล่าต่อว่า "จริงๆแล้วจุดเริ่มต้นในการเล่นฟุตบอลของผมคือ ตอนเด็กผมเคยเป็นโรคหอบหืดมาก่อน คุณพ่อผมอยากให้ผมหายจากโรคนี้จึงเริ่มให้เล่นกีฬา ตอนแรกก็เล่นหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น แบดมินตัน ว่ายน้ำ วิ่ง และฟุตบอล เล่นไปเรื่อยจนประมาณ 8-9 ขวบผมก็หายจากโรคหอบ แต่ยังชอบเตะบอลอยู่ก็เล่นกับเด็กๆแถวบ้านมาเรื่อยๆ จนคุณพ่อผมเริ่มเห็นแวว เพราะตอนนั้นผมวิ่งเร็วกว่าคนอื่นจึงพาผมไปฝึกฟุตบอลอย่างจริงจัง"

จากเล่นฟุตบอลเพื่อให้หายจากโรคหอบหืดจนนำไปสู่ความรักและชื่นชอบในกีฬาชนิดนี้ ทำให้ เก้ง สันติภาพ จันทร์หง่อม อยากจะเดินบนเส้นทางสายลูกหนัง แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปถึงจุดนั้นหากไม่มีความทุ่มเท และความพยายามมากพอ

"ตอนนั้นคุณพ่อของผมรับราชการตำรวจเพิ่งยศสิบตรี ส่วนคุณแม่เป็นพนักงานบริษัท แน่นอนว่าฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีมากนัก แต่ท่านทั้งสองก็ยังสนับสนุนด้านฟุตบอลให้กับผม ด้วยการพาผมไปเรียนฟุตบอลตามศูนย์ฝึกต่างๆ ท่านทุ่มเทกับผมเยอะมาก แต่ผลงานของผมกลับไม่เด่นอะไรมากนักและยังตัวเล็กกว่าเด็กคนอื่นๆ เพราะส่วนใหญ่เพื่อนๆจะสูงประมาณ 140-150 ซม. แต่ผมสูงเพียง 130 ซม.กว่าๆ อีกทั้งตอนนั้นผมเล่นกองหน้าพอไปเจอกองหลังตัวใหญ่ๆสูง 150 ซม. กว่าก็สู้เขาไม่ได้ จึงถอยลงมาเล่น ปีกบ้าง กองกลางบ้าง แต่ก็ยังไม่ดีเท่าไร" 

แม้จะมีปัญหาอยู่บ้างแต่นั่นก็ไม่เคยทำให้ "เก้ง" คิดยอมแพ้ต่อการเป็นนักฟุตบอล เขายังคงเดินหน้าคัดตัวตามโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้านฟุตบอลเพื่อหวังจะต่อยอดในการเป็นนักเตะอาชีพของเขาในอนาคต

"มีอยู่ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้ไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี อยู่เป็นเดือน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน จนตอนจะขึ้น ม.1 ผมได้ไปคัดตัวที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และสามารถเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนได้ แต่เป็นเด็กบ้านนะ คือต้องจ่ายค่าเทอมเหมือนเด็กทั่วไปและยังต้องเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับโรงเรียน ไม่ได้อยู่หอเหมือนนักบอลที่มีดีกรีทีมชาติ จึงทำให้ผมต้องเดินทางไปกลับจากแถวหัวหมากไปโรงเรียนทุกวัน แต่ละวันต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อไปโรงรียน เรียนเสร็จก็ซ้อมบอลต่อจนถึง 6 โมงเย็น จากนั้นเดินทางกลับบ้าน กว่าจะถึงบ้านก็ประมาณสองทุ่มกว่า ทำอย่างนี้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ โดยแต่ละวันผมจะใช้เงินเพียง 100 บาท สำหรับค่าข้าวมื้อเที่ยงและค่าเดินทาง มีอยู่ครั้งหนึ่งผมจำได้ขึ้นใจเลย ผมนั่งรถเมล์แล้วเผลอหลับทำให้เลยป้าย จึงต้องนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปโรงเรียน 70 บาท ทำให้เงินผมไม่พอกินข้าวเที่ยงเพราะที่เหลือต้องเก็บไว้สำหรับเดินทางกลับบ้าน ผมใช้ชีวิตแบบนี้อยู่สองปียอมรับว่าตอนนั้นท้อมากคิดในใจว่าเราจะไหวเหรอวะ"

เส้นทางนักฟุตบอลของ "เก้ง" สันติภาพ จันทร์หง่อม เริ่มมีความหวังเมื่อมีชื่อติดทีมนักเรียนไทยรุ่นอายุ 15 ปี ทำให้เขาได้รับทุนจากทางโรงเรียนและได้ย้ายมาอยู่หอของนักฟุตบอลโรงเรียน

"ตอนอยู่ ม.2 ผมมีชื่อติดทีมนักเรียนไทยชุดชิงแชมป์เอเชียรอบ 30 คน ตอนนั้นยอมรับเลยครับว่างงมากที่มีชื่อ เพราะเราเองก็ไม่ได้เป็นตัวหลักของโรงเรียน เป็นสำรองของสำรองอีกที ก็ไปฝึกซ้อมกับทีมตามปกติ แต่ไม่คิดว่าจะมีชื่อเป็น 25 คนสุดท้าย เพราะในทีมแต่ละคนดีกรีทีมชาติไทยรุ่น 15 ปีทั้งนั้น อีกทั้งเรายังแบกรุ่นอีก 1 ปีด้วย จนก่อนวันเก็บตัวรอบสุดท้ายมีโทรศัพท์มาหาผมและบอกว่าผมมีรายชื่อ 25 คน แล้วให้ไปเก็บตัวที่สนามคลอง 6 แต่ด้วยความที่เราเป็นเด็กและคิดในใจว่าจะติดได้ไงคงมีคนโทรมาแกล้ง ผมจึงวางโทรศัพท์และไม่ได้พูดอะไรกลับไป จนพ่อผมถามว่าใครโทรมา ผมจึงบอกพ่อไปว่าใครก็ไม่รู้โทรมาบอกว่าติดนักเรียนไทยให้เข้าไปเก็บตัว พ่อผมจึงโทรกลับไปหาปลายสายอีกครั้งก่อนจะได้รับคำยืนยันและให้ผมเดินทางไปเก็บตัวกับทีมทันที"

แม้ว่าก้าวแรกในนามทีมชาติของ สันติภาพ จันทร์หง่อม จะทำให้คุณพ่อและคุณแม่ดีใจขนาดไหน แต่ท่านทั้งสองก็ไม่ได้แสดงออกให้ "เก้ง" เห็นมากนัก แต่เขาเองก็รู้สึกได้ว่าท่านทั้งสองภูมิใจในตัวเขา

"ท่านเป็นคนเก็บอารมณ์เก่งไม่ได้แสดงออกกับผมเยอะ แต่จะไปแสดงออกกับคนอื่น เช่น ญาติพี่น้อง ถ้าลับหลังเราก็โทรหาญาติพี่น้องคุยเรื่องของเราให้ญาติฟัง หลังจากมีชื่อติดทีมนักเรียนไทยสถานะในทีมฟุตบอลของโรงเรียนเราก็ดีขึ้นตามลำดับ เริ่มขยับมามีชื่อเป็นตัวสำรอง และก้าวขึ้นไปเป็นตัวหลักของรุ่นได้สำเร็จ จนเข้า ม.3 ผมก็ได้ย้ายไปอยู่หอนักฟุตบอลของโรงเรียน ก็ช่วยทางบ้านลดค่าใช้จ่ายได้พอสมควรทั้งค่าเดินทางและค่าเทอม"

นั่นเป็นเรื่องราวจุดเริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของ เก้ง สันติภาพ จันทร์หง่อม จากเล่นฟุตบอลสนุกๆเพื่อหนีจากโรคหอบหืด จนกลายเป็นอาชีพในฝันของเขา แม้ว่าจะต้องผ่านบทพิสูจน์มากมายที่ต้องพบเจอ แต่มันก็ไม่ทำให้เขาท้อ ตรงกันข้ามกลับทำให้เขาแข็งแกร่งและเดินบนเส้นทางนี้ได้อย่างทรนง ในตอนต่อไปเราจะพาไปพบเรื่องราวของ เก้ง สันติภาพ จันทร์หง่อม หลังผ่านชีวิต "ฟุตบอลนักเรียน" สู่การเป็น "นักฟุตบอลอาชีพ" จะเป็นอย่างไรต้องรอติดตาม